PPR

PPR vs HDPE vs UPVC — เลือกท่อแบบไหนให้เหมาะกับงาน? เปรียบเทียบตรงๆ สำหรับช่าง

PPR vs HDPE vs UPVC — เลือกท่อแบบไหนให้เหมาะกับงาน? เปรียบเทียบตรงๆ สำหรับช่าง

คำตอบสั้นๆ: เลือกท่อแบบนี้

ถ้ามีงานเดียวแล้วต้องเลือกเลย:

  • น้ำร้อน/น้ำดื่มในอาคารPPR
  • ท่อเมนแรงดันสูง/ท่อกลางแจ้ง/ท่อฝังHDPE (PE100)
  • น้ำเสีย/สารเคมีในอาคาร/โรงงานUPVC

เลือกผิดประเภท = รั่ว + ซ่อมแพง + รื้อทั้งระบบ บทความนี้จะเปรียบเทียบท่อ 3 ชนิดหลักที่ผู้รับเหมางานอาคาร/โรงงาน/โรงแรมใช้บ่อยที่สุด พร้อม PE80 vs PE100 และตารางตัดสินใจท้ายบทความ


ทำไมต้องเลือกท่อให้ถูกงาน

การเลือกท่อผิดประเภทเป็นปัญหาที่เจอบ่อยในงานรับเหมา เพราะดูภายนอกคล้ายกันแต่ behavior ต่างกันมาก เช่น:

  • เอา UPVC ไปเดินน้ำร้อน → ท่อบวม รั่ว ภายใน 6 เดือน
  • เอา HDPE ไปเดินน้ำร้อนเกิน 60°C → ท่ออ่อนตัว ข้อต่อหลุด
  • เอา PPR ไปเดินสารเคมีที่ไม่ compatible → เนื้อท่อกร่อน

ก่อนเลือก ให้ดู 3 ตัวแปรหลัก:

  1. อุณหภูมิ — น้ำร้อน (60-95°C) น้ำเย็น (อุณหภูมิห้อง) น้ำแข็ง (ต่ำกว่า 0°C)
  2. ความดัน — แรงดันใช้งาน (PN) เท่าไหร่
  3. ชนิดของเหลว — น้ำดื่ม, น้ำเสีย, สารเคมี, น้ำทะเล, น้ำ RO

ถ้าตอบ 3 ข้อนี้ได้ คุณก็เลือกท่อได้แล้ว


PPR (Polypropylene Random Copolymer) — ท่อน้ำร้อน/น้ำดื่ม

PPR คือท่อพลาสติกที่ผลิตจาก Polypropylene Random Copolymer มาตรฐาน DIN 8077/8078 (เยอรมัน) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลกสำหรับท่อน้ำร้อน-น้ำเย็น

คุณสมบัติหลัก

  • อุณหภูมิใช้งาน: -10°C ถึง +95°C (น้ำร้อนต่อเนื่อง)
  • ความดัน: PN10 (10 bar), PN16 (16 bar), PN20 (20 bar)
  • การเชื่อม: Heat fusion ที่ 200-260°C ใช้เครื่องเชื่อมความร้อน ข้อต่อจะหลอมเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่มีจุดรั่ว
  • อายุการใช้งาน: 50+ ปี ที่อุณหภูมิ 70°C
  • น้ำหนักเบา และไม่เป็นสนิม
  • ผ่าน มอก.: ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากโรงงานที่ได้รับการรับรอง

ข้อดี

  • ทนความร้อนสูงที่สุดใน 3 แบบ (95°C)
  • ข้อต่อแนบสนิท ไม่มีจุดรั่วเมื่อเชื่อมถูกวิธี
  • ไม่ปล่อยสารตกค้าง ใช้กับน้ำดื่มได้
  • ทนแรงดันสูง (PN20 สำหรับน้ำร้อน)
  • ไม่เป็นสนิม ไม่กัดกร่อน

ข้อจำกัด

  • ต้องใช้เครื่องเชื่อมความร้อน (ราคา 2,000-5,000 บาทขึ้นไป) — ช่างต้องผ่านการฝึก
  • ราคาต่อเมตรสูงกว่า UPVC
  • ไม่ทน UV — ถ้าเดินกลางแจ้งต้องห่อฉนวนกัน UV
  • ไม่ทนสารเคมีบางชนิด (เช่น คลอรีนเข้มข้น)

เมื่อไหร่ใช้ PPR

  • น้ำร้อนในอาคาร: โรงแรม โรงพยาบาล หอพัก คอนโด
  • น้ำดื่ม: ระบบท่อน้ำในบ้าน อาคารสำนักงาน
  • น้ำเย็นทั่วไป: ท่อเมนในอาคาร
  • ระบบ HVAC: chilled water

HDPE (High-Density Polyethylene) — ท่อเมน/ท่อกลางแจ้ง

HDPE คือท่อพลาสติกที่ผลิตจาก polyethylene ความหนาแน่นสูง มาตรฐาน ISO 4427 (สากล) และ DIN 8074 ใช้กันแพร่หลายในงานประปา งานเมน งานฝังดิน

PE80 vs PE100 ต่างกันอย่างไร

HDPE แบ่งเป็น 2 เกรดหลักตาม MRS (Minimum Required Strength) — ค่าความแข็งแรงขั้นต่ำที่ท่อรับได้ต่อเนื่อง 50 ปี ที่ 20°C:

PropertyPE80PE100
MRS8.0 MPa10.0 MPa
Pressure classPN6.3, PN10, PN12.5PN10, PN16, PN20
SDR (wall thickness ratio)SDR 11-26 (หนากว่า)SDR 11-33 (บางกว่า)
Wall thickness ที่ PN10 เท่ากันหนากว่าบางกว่า (25-30%)
Standardเก่า (legacy)ใหม่ (modern)
Common useน้ำประปาทั่วไป, irrigationท่อเมนแรงดันสูง, gas, industrial
Statusเลิกใช้ทีละน้อยใช้แพร่หลาย (replacement)

สรุปง่ายๆ: PE100 คือ PE80 “อัปเกรด” เพราะ thinner wall แต่รับแรงดันได้มากกว่า ใช้วัสดุน้อยกว่า performance ดีกว่า

เมื่อไหร่ใช้ PE80: งานทั่วไปที่ไม่ต้องการแรงดันสูง irrigation, น้ำประปาชุมชน เมื่อไหร่ใช้ PE100: ท่อเมน, แรงดันสูง, ท่อ gas, industrial, โครงการขนาดใหญ่

คุณสมบัติหลัก

  • อุณหภูมิใช้งาน: -40°C ถึง +60°C
  • ความดัน: PN6.3 - PN20 ขึ้นกับ SDR
  • การเชื่อม:
    • Butt fusion (200-220°C) — ท่อชนกันแล้วหลอม
    • Electrofusion — ใช้ข้อต่อไฟฟ้าหลอม
    • Compression fitting — สำหรับงานขนาดเล็ก
  • ยืดหยุ่นสูง — งอได้โดยไม่หัก
  • ทน UV — เดินกลางแจ้งได้
  • ทนสารเคมี ได้ดี (กรด-ด่างทั่วไป)

ข้อดี

  • ทนแรงดันสูง (PN20 ที่ PE100)
  • ยืดหยุ่น งอได้ ทนการทรุดตัวของดิน
  • ทน UV ไม่ต้องห่อ
  • ข้อต่อแนบสนิท เช่นเดียวกับ PPR
  • น้ำหนักเบา ขนย้ายง่าย
  • ทนสารเคมี ดีกว่า PPR

ข้อจำกัด

  • ไม่ทนน้ำร้อนเกิน 60°C — ห้ามใช้กับน้ำร้อน
  • ขยายตัวตามอุณหภูมิ มากกว่า PPR
  • ต้องใช้เครื่องเชื่อม (butt fusion ราคาหลักหมื่น)
  • ราคาต่อเมตรสูงกว่า UPVC

เมื่อไหร่ใช้ HDPE

  • ท่อเมนประปา ฝังดิน
  • ท่อส่งน้ำ ในโครงการขนาดใหญ่
  • ท่อกลางแจ้ง ที่ต้องทน UV
  • ท่อแรงดันสูง (PN16-PN20)
  • ท่อ gas (PE100 เท่านั้น)
  • ท่อสวน/เกษตร (PE80 ก็ได้)

UPVC (Unplasticized PVC) — ท่อน้ำเสีย/ท่อระบาย/งานอาคาร

UPVC คือท่อ PVC ที่ไม่มีสารเพิ่มพลาสติไซเซอร์ (plasticizer) ทำให้แข็งและทนกว่า PVC ธรรมดา ใช้กันแพร่หลายในงานท่อน้ำเสีย ท่อระบาย และงานอุตสาหกรรม

คุณสมบัติหลัก

  • อุณหภูมิใช้งาน: 0°C ถึง +60°C
  • ความดัน: PN6, PN10, PN16 (ขึ้นกับ SDR)
  • การเชื่อม: Solvent cement (กาว) — ทากาวที่ปลายท่อและข้อต่อ กดประกอบ 30 วินาที
  • แข็ง ไม่ยืดหยุ่น
  • ทนสารเคมี ได้ดีมาก (กรด ด่าง เกลือ)
  • น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย

ข้อดี

  • ราคาถูกที่สุด ใน 3 แบบ
  • ทนสารเคมี ดีมาก (เหมาะน้ำเสียโรงงาน)
  • ติดตั้งง่าย แค่ทากาว
  • ไม่เป็นสนิม
  • ทน UV ได้
  • ไม่ต้องใช้เครื่องเชื่อม (ประหยัดค่าเครื่องมือ)

ข้อจำกัด

  • เปราะ แตกง่ายถ้ากระแทก
  • ไม่ทนน้ำร้อนเกิน 60°C — บวม/แตกได้
  • ไม่แนะนำใช้กับน้ำดื่ม — อาจปล่อยสารตกค้าง
  • ขยายตัวตามอุณหภูมิ ต้องคำนวณ expansion loop
  • อายุการใช้งาน 30-50 ปี (สั้นกว่า PPR/HDPE)

เมื่อไหร่ใช้ UPVC

  • ท่อน้ำเสียในอาคาร (ส้วม อ่างล้างหน้า น้ำทิ้ง)
  • ท่อระบายน้ำ ภายนอกอาคาร
  • ท่อลม (HVAC duct)
  • ท่อสารเคมี ในโรงงาน
  • ท่อน้ำทิ้ง โรงแรม/โรงพยาบาล
  • งบจำกัด ที่ไม่ต้องการ performance สูง

ตารางเปรียบเทียบ PPR vs HDPE vs UPVC

PropertyPPRHDPE (PE100)UPVC
MaterialPP-RPolyethyleneUnplasticized PVC
StandardDIN 8077/8078ISO 4427TIS 17-2532
อุณหภูมิ-10 ถึง 95°C-40 ถึง 60°C0 ถึง 60°C
Pressure (PN)10, 16, 2010, 16, 206, 10, 16
การเชื่อมHeat fusion 200-260°CButt fusion 200-220°CSolvent cement (กาว)
เครื่องมือเครื่องเชื่อม PPRเครื่องเชื่อม HDPEแค่กาว + แปรง
น้ำร้อน✅ ดีที่สุด❌ ไม่ได้❌ ไม่ได้
น้ำดื่ม✅ ปลอดภัย✅ ปลอดภัย❌ ไม่แนะนำ
น้ำเสีย/สารเคมีปานกลางดีดีมาก
UV resistanceต้องห่อ✅ ดี✅ ดี
ยืดหยุ่นต่ำสูงต่ำ (เปราะ)
อายุการใช้งาน50+ ปี50+ ปี30-50 ปี
น้ำหนักเบาเบาเบา

Decision Flow: เลือกท่ออย่างไรให้เหมาะกับงาน

ถามคำถาม 3 ข้อ

1. ของเหลวเป็นอะไร?

  • น้ำร้อน (60-95°C) → PPR
  • น้ำเย็น/น้ำดื่ม → PPR หรือ HDPE
  • น้ำเสีย/สารเคมี → UPVC
  • น้ำทะเล/RO → HDPE (PE100)

2. อุณหภูมิใช้งานเท่าไหร่?

  • เกิน 60°C → PPR (เท่านั้น)
  • ต่ำกว่า 60°C → HDPE หรือ UPVC

3. แรงดันเท่าไหร่ + เดินกลางแจ้งไหม?

  • แรงดันสูง (PN16+) → HDPE (PE100)
  • กลางแจ้ง + UV → HDPE หรือ UPVC
  • ภายในอาคาร → ทั้ง 3 แบบ

เลือกตามประเภทงาน

งานท่อที่แนะนำ
น้ำร้อนในอาคาร/โรงแรม/โรงพยาบาลPPR
น้ำดื่มในอาคารPPR หรือ HDPE
ท่อเมนฝังดินHDPE (PE100)
ท่อกลางแจ้งHDPE หรือ UPVC
น้ำเสียในอาคารUPVC
น้ำทิ้งโรงงาน/โรงแรมUPVC
ท่อลม HVACUPVC
ท่อสารเคมีโรงงานUPVC
ท่อส่งน้ำประปาชุมชนHDPE (PE80 ก็ได้)
ท่อ gasHDPE (PE100)

การติดตั้ง — 3 แบบต่างกันอย่างไร

PPR: Heat Fusion (เชื่อมความร้อน)

  1. ตัดท่อตั้งฉาก
  2. ใส่ die (หัวเชื่อม) ขนาดท่อ + ชนิดท่อ
  3. เปิดเครื่อง 250-260°C รอ 5-6 วินาที
  4. ดันท่อเข้า die จนถึง mark
  5. ดึงออก สวมท่อ+ข้อต่อเข้าด้วยกัน กดค้าง 30 วินาที
  6. ข้อต่อจะเย็นและแข็งเป็นเนื้อเดียวกัน

ข้อดี: ข้อต่อแนบสนิท 100% ไม่มีจุดรั่ว ข้อเสีย: ต้องใช้เครื่องเชื่อม ช่างต้องผ่านการฝึก

HDPE: Butt Fusion (เชื่อมชน) / Electrofusion

Butt fusion:

  1. ตัดท่อตั้งฉาก
  2. ใช้ heat plate 200-220°C
  3. กดท่อ 2 ฝั่งเข้า heat plate จนละลาย
  4. ดึง heat plate ออก กดท่อทั้ง 2 ฝั่งเข้าด้วยกันที่ 4-6 bar
  5. กดค้าง 5-10 นาที จนเย็น

Electrofusion:

  • ใช้ข้อต่อที่มีขดลวดไฟฟ้า
  • ต่อสายไฟ ขดลวดจะร้อนและหลอมท่อ+ข้อต่อ
  • เหมาะงานซ่อม งานในที่แคบ

ข้อดี: ข้อต่อแข็งแรงเท่าตัวท่อ ข้อเสีย: เครื่องมือราคาสูง

UPVC: Solvent Cement (ทากาว)

  1. ตัดท่อตั้งฉาก + เช็ดปลายท่อให้สะอาด
  2. ทาน้ำยาทำความสะอาด (Primer) ทั้งปลายท่อและข้อต่อ
  3. ทากาว UPVC บางๆ บนปลายท่อและภายในข้อต่อ
  4. สวมท่อเข้าข้อต่อ หมุน 1/4 รอบ กดค้าง 30 วินาที
  5. เช็ดกาวส่วนเกิน รอ 24 ชั่วโมงก่อนใช้งาน

ข้อดี: ไม่ต้องใช้เครื่อง ราคาถูก เร็ว ข้อเสีย: ต้องรอ 24 ชม. ก่อนทดสอบแรงดัน


คำถามที่ช่างถามบ่อย (FAQ)

PPR ใช้กับน้ำเย็นได้ไหม?

ได้ PPR ใช้ได้ทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็น แค่ลด PN class ลง (เช่น PN10 สำหรับน้ำเย็น)

HDPE ใช้กับน้ำร้อนได้ไหม?

ไม่ได้ HDPE ทนน้ำร้อนได้สูงสุด 60°C ถ้าเกินจะอ่อนตัว

UPVC ต่อกับ PPR ได้ไหม?

ต่อได้แต่ต้องใช้ข้อต่อพิเศษ (transition fitting) เพราะเนื้อพลาสติกต่างกัน ขนาด OD อาจไม่เท่ากัน

PE80 vs PE100 เลือกอันไหน?

  • PE80: งานทั่วไป แรงดันไม่สูง งบจำกัด
  • PE100: ท่อเมน แรงดันสูง โครงการใหญ่ — แนะนำ PE100 เป็น default

UPVC ทน UV ได้กี่ปี?

UPVC ทน UV ได้ดีกว่า PPR แต่สีอาจซีดลง อายุการใช้งานยังอยู่ที่ 30-50 ปี

PPR อายุการใช้งานกี่ปี?

50+ ปี ที่อุณหภูมิ 70°C ต่อเนื่อง ถ้าใช้ที่อุณหภูมิต่ำกว่าจะอยู่ได้นานกว่า

ท่อ PPR SCG กับ Thai PPR ต่างกันยังไง?

ต่างกันที่โรงงานผลิต spec ภายใน และบางครั้ง grade ของวัตถุดิบ แต่ทั้งคู่ผ่าน DIN 8077/8078 — เลือกตามสเปกงาน ไม่ต้องกังวลเรื่องยี่ห้อ


ดีล พลัส เทคจำหน่ายท่อครบทุกแบบ

เรามีท่อทั้ง 3 ชนิด ครบทุก grade พร้อมส่งฟรี กทม./ปริมณฑล

ท่อ PPR (น้ำร้อน/น้ำดื่ม)

ท่อ HDPE (ท่อเมน/ท่อกลางแจ้ง)

ท่อ UPVC (น้ำเสีย/สารเคมี/ท่อลม)

ส่งสเปกมาเลย

ส่งสเปกมาทาง Line หรือโทรมา มีทีมวิศวกรช่วยเลือกท่อให้เหมาะกับงาน


บทความโดยทีมวิศวกรรม ดีล พลัส เทค — ผู้จำหน่ายวัสดุระบบน้ำ ฉนวน HVAC และอุปกรณ์อาคารครบวงจร

บทความที่เกี่ยวข้อง:

แชร์บทความ: Line Facebook